ท่านที่สมัครสมาชิกเข้ามาใหม่ กรุณารอให้ Admin ได้ทำการ Validate การเป็นสมาชิก ภายใน 24 ชม.ของวันทำการ ซึ่งระหว่างที่รอ Validation ท่านอาจจะยังไม่สามารถดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆ ได้ หากไม่ได้รับความสะดวก กรุณาอีเมลแจ้ง isothainetwork@hotmail.com

ลงชื่อ Meeting ISO ระยองครับ
#1
Posted 16 September 2009 - 04:09 PM
เอาเป็นว่า ผมช่วยละกันนะครับ
วันที่ 11/ตุลาคม/2009 --> แก้ไขแล้วครับ ขอบคุณ Toppy มากๆ
สถานที่ หาดนางรำ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี --> อันนี้ดีมาก ใกล้บ้านผม
เอ้า ลงชื่อต่อกันเล้ย
1. DooK (แจมทุกงาน)
2.
3.
4.
5.
#2
Posted 16 September 2009 - 04:31 PM
ได้ข้อมูลถูกใจแล้ว อย่าลืม ขอบคุณ เจ้าของข้อมูลด้วยนะครับ
#3
Posted 16 September 2009 - 04:41 PM
แล้วไม่ไปด้วยกันเรอะ Top
#4
Posted 16 September 2009 - 05:09 PM
ได้ข้อมูลถูกใจแล้ว อย่าลืม ขอบคุณ เจ้าของข้อมูลด้วยนะครับ
#5
Posted 17 September 2009 - 07:16 AM
-----
1. DooK (แจมทุกงาน)
2. Kreeta
3. SL4
4.
5.
#6
Posted 17 September 2009 - 08:06 AM
-----
1. DooK (แจมทุกงาน)
2. Kreeta
3. SL4
4.
5.
ขอบคุณอาจารย์เฮียดุก ที่เริ่มตั้งกระทู้ให้นะครับ
ขอบคุณป๋าเหนาะด้วยครับ ที่มาลงชื่อให้
=================
ว่าจะตั้งกระทู้แต่เมื่อวานแหละ แต่networkล่ม
เชิญทุกท่านลงชื่อต่อได้เลยครับ

#7
Posted 17 September 2009 - 08:11 AM
#8
Posted 17 September 2009 - 08:36 AM
เจ้าภาพงานนี้ไม่ใช่แค่ผมหรือป๋าเหนาะหรอกนะครับอาจารย์ดุก


#9
Posted 17 September 2009 - 02:01 PM
#10
Posted 17 September 2009 - 02:36 PM
-----
1. DooK (แจมทุกงาน)
2. Kreeta
3. SL4
4. Kawaiine ka....

5.
#11
Posted 17 September 2009 - 04:56 PM
2. Kreeta
3. SL4
4. Kawaiine ka....
5.oil_chang (ชั่วคราว...ไม่ค้างคืน)
6.
#12
Posted 17 September 2009 - 04:59 PM
2. Kreeta
3. SL4
4. Kawaiine ka....
5.oil_chang (ชั่วคราว...ไม่ค้างคืน)
6.
แสดงว่าคุณออยคอแข็ง ไม่เมาค้าง .......
ถ้าเป็นคุณ b-boy ชอบค้างคื้น แต่ว่า ยังไม่เห็นมารายงานตัว ปกติไม่น่าพลาด
#13
Posted 17 September 2009 - 05:04 PM
ถ้าเป็นคุณ b-boy ชอบค้างคื้น แต่ว่า ยังไม่เห็นมารายงานตัว ปกติไม่น่าพลาด
คอแข็งอย่างเดียวไม่พอค่ะ...หัวแข็งด้วย..เอิ๊กกกก ๆๆๆ



#14
Posted 17 September 2009 - 10:56 PM
#15
Posted 18 September 2009 - 08:16 AM
2. Kreeta >>>ป๋ากี
3. SL4 >>>ป๋าเหนาะ
4. Kawaiine ka.... >>>> น้องโอปอ
5. oil_chang (ชั่วคราว...ไม่ค้างคืน)
6.
7.
8.
9. Toppy >>>> ???????
ได้ข้อมูลถูกใจแล้ว อย่าลืม ขอบคุณ เจ้าของข้อมูลด้วยนะครับ
#16
Posted 18 September 2009 - 09:55 AM
ได้ข้อมูลถูกใจแล้ว อย่าลืม ขอบคุณ เจ้าของข้อมูลด้วยนะครับ
#17
Posted 18 September 2009 - 10:04 AM
2. Kreeta >>>ป๋ากี
3. SL4 >>>ป๋าเหนาะ
4. Kawaiine ka.... >>>> น้องโอปอ
5. oil_chang (ชั่วคราว...ไม่ค้างคืน)
6.
7.
8.
9. Toppy >>>> ???????
แล้วทำไมโดดไปเบอร์ 9 ฟะนั่น เลขนำโชคเหรอ?
#18
Posted 18 September 2009 - 10:21 AM
อย่างที่แจ้งไว้ตั้งแต่แรกครับ เบื้องต้นตอนนี้กำหนดไว้เพียงวันและสถานที่

ส่วนกิจกรรมนั้นคงจะจัดให้มีรูปแบบที่เป็นทางการไม่ได้เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องเวลา
ลองให้สมาชิกช่วยกันเสนอดีมั้ยครับ ว่าอยากทำอะไรกันบ้าง

#19
Posted 18 September 2009 - 11:28 AM
"ผลไม้รสล้ำ"
ด้วยสภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะสม จ. ระยองจึงปลูกผลไม้เมืองร้อนได้หลายชนิด โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งมีรสชาติหวานมันถูกปากบรรดาคอทุเรียน
จ. ระยองตั้งอยู่ในภาคตะวันออก ติดชายฝั่งอ่าวไทย สภาพอากาศไม่ร้อนและแล้งนัก เพราะตลอดทั้งปีเมืองระยองได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวั
นตกเฉียงใต้ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลูกฟูก สภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย ทำให้ระบายน้ำได้ดี เอื้อต่อการปลูกผลไม้เมืองร้อนหลากหลายชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สับปะรด มะม่วง ขนุน มะพร้าว ระกำ ฝรั่ง ชมพู่ ฯลฯ โดยผลไม้เมืองระยองจะทยอยให้ผลผลิตในช่วงเดือน เม.ย.-ก.ค.
แม้จะไม่สามารถเปรียบเทียบปริมาณผลผลิตของระยองกับจังหวัดข้างเคียงอย่างจันทบุรีได้ แต่รสชาติของผลไม้เมืองระยองนั้นไม่น้อยหน้าจังหวัดใด ผลไม้ที่สร้างชื่อเสียงให้ระยองมากที่สุดคือทุเรียน ด้วยรสชาติที่ หวาน มัน เนื้อเหนียว ไม่ยุ่ย เป็นที่ถูกปากของผู้ชื่นชอบทุเรียนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์หมอนทอง พันธุ์ก้านยาว หรือพันธุ์ชะนี ซึ่งปลูกกันมากใน อ. แกลง อ. วังจันทร์ และ อ. เมือง
นอกจากนี้ในหลายอำเภอของ จ. ระยองยังเป็นพื้นที่ปลูกเงาะพันธุ์สีชมพูและพันธุ์โรงเรียน ทั้งยังมีการปลูกลองกองพันธุ์ตันหยงมัสเช่นเดียวกับสวนผลไม้ทางภาคใต้อีกด้วย
ช่วงเดือน พ.ค. ของทุกปี จ. ระยองจะจัดงานเทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยองขึ้นเป็นระยะเวลาถึง ๑ สัปดาห์เต็ม ที่ตลาดกลางเพื่อการเกษตรและผลไม้ตะพง ใน อ. เมือง เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายผลผลิตและเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อผลไม้รสเยี่ยมจา
กชาวสวนโดยตรง
"อุตสาหกรรมก้าวหน้า"
ด้วยโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ทำให้ จ. ระยองกลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งของประเทศ
เดิมอุตสาหกรรมใน จ. ระยองเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กที่อิงกับผลผลิตทางการเกษตรเป็นสำคัญ แต่นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ที่รัฐบาลกำหนดให้ จ. ระยองเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) กอปรกับระยองมีท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดและสนามบินอู่ตะเภาที่เอื้อให้สามารถขนส่งสินค้
าและวัตถุดิบในการอุตสาหกรรมได้สะดวกรวดเร็วขึ้น เมืองระยองจึงมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องมานับแต่นั้น
ปัจจุบันระยองมีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมด ๓๔๕ โรง โดยตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง ๘ แห่ง อันได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมเหมราชภาคตะวันออก (มาบตาพุด) นิคมอุตสาหกรรมผาแดง นิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล ในเขต อ. เมือง นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด ในเขต อ. ปลวกแดง และนิคมอุตสาหกรรมเอเซีย ในเขต อ. บ้านฉาง
"น้ำปลารสเด็ด"
น้ำปลา(ร้า)เมืองระยองมีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมมานานหลายสิบปี เหตุเพราะปลาไส้ตันที่นำมาเป็นวัตถุดิบนั้นไม่เหม็นกลิ่นดิน
ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยเป็นแหล่งอาศัยของปลาไส้ตัน (หรือปลากะตัก) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการทำน้ำปลาชั้นดี โดยเฉพาะแถบ จ. ระยองที่มีสภาพพื้นทะเลเป็นพื้นทราย ต่างกับทะเลถิ่นอื่นที่เป็น
พื้นดินเลน ปลาไส้ตันในแถบนี้จึงไม่มีกลิ่นดินติดมาทำให้น้ำปลาเสียรส น้ำปลาที่ผลิตได้จึงมีคุณภาพดี รสชาติหอมอร่อย เป็นที่ยอมรับของแม่บ้านและนักชิม
น้ำปลาระยองมีผลิตทั้งแบบอุตสาหกรรมในครัวเรือนและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แหล่งผลิตน้ำปลาในชุมชนที่โดดเด่นคือกลุ่มสตรีอาสาพัฒนาบ้านเนินฆ้อ หมู่ ๓ ต. เนินฆ้อ อ. แกลง ส่วนโรงงานผลิตน้ำปลาขนาดใหญ่จะอยู่ที่ ต. ปากน้ำ อ. เมือง จำนวนหลายสิบแห่ง
"เกาะเสม็ดสวยหรู"
ความงามของเกาะเสม็ดสร้างชื่อเสียงให้เมืองระยองเป็นที่รู้จักของทั้งคนไทยและชาวต่า
งชาติ นับเป็นเกาะแห่งท้องทะเลอ่าวไทยที่งดงามไม่แพ้เกาะในทะเลอันดามัน
เกาะเสม็ดตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งบ้านเพ ต. เพ อ. เมือง ออกไปทางทิศใต้ราว ๖ กม. มีพื้นที่ประมาณ ๔,๕๐๐ ไร่ หรือ ๗.๒ ตร.กม. เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด และเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะทะเลระยอง โดยทอดตัวยาวจากทิศเหนือลงมายังทิศใต้ พื้นที่เหนือชายหาดขึ้นไปปกคลุมด้วยป่าไม้ ชื่อเกาะเสม็ดมาจากบนเกาะมีต้นเสม็ดขาวและเสม็ดแดงขึ้นอยู่มากนั่นเอง
จากฝั่งบ้านเพใช้เวลาเดินทางด้วยเรือโดยสารเพียงครึ่งชั่วโมงก็ถึงเกาะเสม็ด ชายหาดส่วนใหญ่จะอยู่ทางฝั่งตะวันออก ส่วนทางฝั่งตะวันตกเป็นหน้าผาสูง ลักษณะชายหาดมีความคล้ายคลึงกัน คือเป็นหาดทรายขาวยาวโค้งเป็นอ่าว มีสันเขาหรือ โขดหินสวยงามคั่นหาด และน้ำทะเลมีสีครามใสคล้ายทะเลในฝั่งอันดามัน
ชายหาดที่มีผู้คนพลุกพล่าน บรรยากาศคึกคัก คือหาดทรายแก้วและอ่าววงเดือน แต่เกาะเสม็ดก็มีอ่าวกิ่ว อ่าวปะการัง และอ่าวแสงเทียน ไว้ต้อนรับผู้ชื่นชอบการพักผ่อน ท่ามกลางธรรมชาติอันสงบงามด้วย
มีข้อสันนิษฐานกันว่า สุนทรภู่ กวีเอกของโลก ใช้ความงามของเกาะเสม็ดเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๕๘ และ "เกาะแก้วพิสดาร" ในเรื่องก็คือเกาะเสม็ดนี้เอง
"สุนทรภู่กวีเอก"
พระสุนทรโวหาร หรือ "สุนทรภู่" มีบรรพบุรุษเป็นคนเมืองระยอง ชาวระยองจึงยกย่องให้สุนทรภู่เป็นบุคคลสำคัญของจังหวัด
สุนทรภู่เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๓๒๙ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ จากนั้นไม่นานบิดามารดาของท่านก็แยกทางกัน โดยบิดากลับไปบวชที่เมืองแกลงอันเป็นบ้านเกิด ส่วนมารดาคงเป็นนางนมของพระธิดาในกรมพระราชวังหลังและพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ สุนทรภู่เองได้พักอยู่กับมารดาที่พระราชวังหลัง พร้อมร่ำเรียนวิชาอ่านเขียนจากสำนักวัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม) ย่านธนบุรี ต่อมาจึงเข้ารับราชการในตำแหน่งเสมียนนายระวาง แต่ด้วยนิสัยรักการเขียนกาพย์กลอนจึงถวายตัวเป็นอาลักษณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๒ จนสิ้นรัชกาล จากนั้นได้ออกบวชแล้วกลับมารับราชการรับใช้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กระทั่งมีบรรดาศักดิ์สุดท้ายเป็นพระสุนทรโวหาร เจ้ากรมอาลักษณ์ จนถึงแก่กรรมเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๘ ในสมัยรัชกาลที่ ๔ สิริอายุได้ ๖๙ ปี
สุนทรภู่สร้างผลงานไว้มากมายด้วยงานหลากหลายประเภท อันได้แก่ นิราศ ๙ เรื่อง นิทานคำกลอน ๕ เรื่อง สุภาษิต ๓ เรื่อง บทละคร ๑ เรื่อง บทเสภา ๒ เรื่อง และบทเห่กล่อม ๔ เรื่อง ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ยกย่องให้สุนทรภู่เป็นบุคคลสำคัญของโลกในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม
ผลงานของท่านสุนทรภู่ที่มีความเกี่ยวข้องกับ จ. ระยอง คือ นิราศเมืองแกลง แต่งไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๕๐ ครั้งที่มีโอกาสกลับมาเยี่ยมบิดาที่บวชอยู่ที่เมืองแกลง และนิทานคำกลอนเรื่อง พระอภัยมณี ที่แต่งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๓๕๘ ซึ่งสันนิษฐานว่าท่านได้แรงบันดาลใจจากการไปเที่ยวที่เกาะเสม็ด
แม้จะมีการอ้างอิงบทกลอนย่อหน้าสุดท้ายของ "นิราศเมืองเพชร" ฉบับตัวเขียนสมุดไทยในหอสมุดแห่งชาติ ที่สุนทรภู่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าบรรพบุรุษเป็นสกุลพราหมณ์เมืองเพชรบุรี มาสันนิษฐานแย้งว่าบรรพบุรุษของสุนทรภู่แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่คนเมืองระยองก็ตาม แต่ความยกย่องที่ชาวระยองมีต่อกวีเอกท่านนี้ก็มิได้เปลี่ยนแปลงไป
ออยล์มีข้อมูลอยู่เท่านี้ค่ะ ที่เหลือท่านเจ้าภาพจัดการค่ะ
ตั้งแต่เรียนประวัติศาสตร์มาเพิ่งได้นำมาใช้ จริงๆ (ขอบคุณห้องระยอง ฮิ)
#20
Posted 18 September 2009 - 11:46 AM
หรือบอกเฉยๆ
ได้ข้อมูลถูกใจแล้ว อย่าลืม ขอบคุณ เจ้าของข้อมูลด้วยนะครับ
0 user(s) are reading this topic
0 members, 0 guests, 0 anonymous users